Set Default Page Add to Favorites Send This Page to FriendReadyPlanet.com
หลักการและทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนรู้ article

 

หลักการและทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนรู้

ความหมาย \"การเรียนรู้\"
                
                
ออซูเบลให้ความหมายการเรียนรู้อย่างมีความหมาย(Mearningful learning) ว่าเป็นการเรียนที่ผู้เรียนได้รับมาจากการที่ผู้สอนอธิบายสิ่งที่จะต้องเรียนรู้ให้ทราบและผู้เรียนรับฟังด้วยความเข้าใจโดยผู้เรียนเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งที่เรียนรู้กับโครงสร้างพุทธิปัญญาที่ได้เก็บไว้ในความทรงจำและจะสามารถนำมาใช้ในอนาคตออซูเบลได้ชี้ให้เห็นว่าทฤษฎีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะอธิบายเกี่ยวกับพุทธิปัญญา
(http://ednet.kku.ac.th/~sumcha/2545/nong/ausubel2.html)


การเรียนรู้ตามความหมายทางจิตวิทยาหมายถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคลอย่างค่อนข้างถาวรอันเป็นผลมาจากการฝึกฝนหรือการมีประสบการณ์จากความหมายดังกล่าวพฤติกรรมของบุคคลที่เกิดจากการเรียนรู้จะต้องมีลักษณะสำคัญดังนี้

1.
พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจะต้องเปลี่ยนไปอย่างค่อนข้างถาวรจึงจะถือว่าเกิดการเรียนรู้ขึ้นหากเป็นการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวก็ยังไม่ถือว่าเป็นการเรียนรู้เช่นนักศึกษาพยายามเรียนรู้การออกเสียงภาษาต่างประเทศบางคำหากนักศึกษาออกเสียงได้ถูกต้องเพียงครั้งหนึ่งแต่ไม่สามารถออกเสียงซ้ำให้ถูกต้องได้อีกก็ไม่นับว่านักศึกษาเกิดการเรียนรู้การออกเสียงภาษาต่างประเทศดังนั้นจะถือว่านักศึกษาเกิดการเรียนรู้ก็ต่อเมื่อออกเสียงคำดังกล่าวได้ถูกต้องหลายครั้งซึ่งก็คือเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ค่อนข้างถาวรนั่นเอง
              
อย่างไรก็ดียังมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแต่เปลี่ยนแปลงชั่วคราวอัน
เนื่องมาจากการที่ร่างกายได้รับสารเคมียาบางชนิดหรือเกิดจากความเหนื่อยล้า
เจ็บป่วยลักษณะดังกล่าวไม่ถือว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนั้นเกิดจากการเรียนรู้

2.
พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจะต้องเกิดจากการฝึกฝนหรือเคยมีประสบการณ์นั้น ๆมาก่อน เช่น ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ต้องได้รับการฝึกฝนและถ้าสามารถใช้เป็นแสดงว่าเกิดการเรียนรู้หรือความสามารถในการขับรถซึ่งไม่มีใครขับรถเป็นมาแต่กำเนิดต้องได้รับการฝึกฝนหรือมีประสบการณ์จึงจะขับรถเป็นในประเด็นนี้มีพฤติกรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ต้องฝึกฝนหรือมีประสบการณ์ได้แก่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเจริญเติบโตหรือการมีวุฒิภาวะและพฤติกรรมที่เกิดจากแนวโน้มการตอบสนองของเผ่าพันธุ์(โบเวอร์และอัลการ์ด 1987, อ้างถึงใน ธีระพร อุวรรณโน,2532:285) ขอยกตัวอย่างแต่ละด้านดังนี้ในด้านกระบวนการเจริญเติบโตหรือการมีวุฒิภาวะได้แก่ การที่เด็ก 2 ขวบสามารถเดินได้เอง ขณะที่เด็ก 6 เดือนไม่สามารถเดินได้ฉะนั้นการเดินจึงไม่จัดเป็นการเรียนรู้แต่เกิดเพราะมีวุฒิภาวะเป็นต้นส่วนในด้านแนวโน้มการตอบสนองของเผ่าพันธุ์โบเวอร์  และฮิลการ์ด   ใช้ในความหมายที่หมายถึงปฏิกริยาสะท้อน (Reflex) เช่นกระพริบตาเมื่อฝุ่นเข้าตาชักมือหนีเมื่อโดนของร้อนพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้แต่เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติของเผ่าพันธุ์มนุษย์

ทฤษฎีการเรียนรู้

ทฤษฎีการเรียนรู้ทางจิตวิทยาอาจแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1.
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม (Behavioral
Theory)
เป็นทฤษฎีที่มองธรรมชาติมนูษย์ในลักษระที่เป็นกลางคือ ไม่ดี-ไม่เลว (neutral-passive) การกระทำต่างๆของมนุษย์เกิดจากอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมภายนอกพฤติกรรมของมนุษย์เกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้า(stimulus-reapnse)การเรียนรู้เกิดจากการเชื่อมดยงระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองกลุ่มพฤติกรรมนิยมให้ความสนใจกับ \"พฤติกรรม\" มากเพราะพฤติกรรมเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดสามารถวัดได้และทดสอบได้ทฤษฎีในกลุ่มนี้ประกอบด้วยแนวคิดสำคัญๆ 3 แนวด้วยกันคือทฤษฎ๊การเชื่อมโยงของธอร์นไดด์ทฤษฎีการวางเงื่อนไขและทฤษฎีการเรียนรู้ของฮัลล์

     (
สืบค้นเพิ่มเติมได้ที่  ทิศนา แขมณี (2550,50-59)
http://changingminds.org/disciplines/leadership/theories/behavioral_theory.htm,
http://viking.coe.uh.edu/~ichen/ebook/et-it/behavior.htm,
http://www.addictionalternatives.com/philosophy/briefcbtherapy.htm)

2.
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มปัญญานิยม (Cognitive
theory)

    
เป็นทฤษฎีที่เชื่อว่า "การเรียนรู้ของมนุษย์ไม่ใช่เรื่องของพฤติกรรมที่เกิดจากกระบวนการตอบสนองต่อสิ่งเร้าเพียงเท่านั้นการเรียนรู้ของมนุษย์มีความซับซ้อนมากกว่านั้นการเรียนรู้เป็นกระบวนการทางความคิดที่เกิดจากการสะสมข้อมูลและการดึงข้อมูลออกมาใช้ในการกระทำและแก้ปัญหาต่างๆการเรียนรู้เป็นกระบวนการทางสติปัญญาของมนุษย์ในการที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ตนเอง(ทัศนาแขมณี 2550, 59)

                  
ทฤษฎีในกลุ่มนี้อธิบายว่า
การเรียนรู้เป็นผลของกระบวนการคิดความเข้าใจการรับรู้สิ่งเร้าที่มากระตุ้นผสมผสานกับประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมาของบุคคลทำให้เกิดการเรียนรู้ขึ้นซึ่งการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ที่ได้รับในปัจจุบันกับประสบการณ์ในอดีตจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการทางปัญญาเข้ามามีอิทธิพลในการเรียนรู้ด้วยทฤษฎีกลุ่มนี้จึงเน้นกระบวนการทางปัญญา (CognitiveProcess) มากกว่าการวางเงื่อนไขเพื่อให้เกิดพฤติกรรมทฤษฎีการเรียนรู้ในกลุ่มนี้ที่สำคัญ ๆคือทฤษฎีเกสตัลท์ ทฤษฎีสนาม ทฤษฎีเครื่องหมายทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาและทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความหมาย(สืบค้นรายละเอียด:ทัศนา แขมณี 2550,60-78,
http://www-personal.umich.edu/~rickl/Documents/cognitive-theory-soar.pdf
 ,
http://en.wikipedia.org/wiki/Theory_of_cognitive_development
,

http://suedstudent.syr.edu/~ebarrett/ide621/cognitive.htm,
 
http://www.tcw.utwente.nl/theorieenoverzicht/Theory%20clusters/Health%20Communication/Social_cognitive_theory.doc/,
 
http://chiron.valdosta.edu/whuitt/col/cogsys/piaget.html,
http://postgutenberg.typepad.com/newgutenbergrevolution/,
http://tip.psychology.org/theories.html,
http://www.colorado.edu/communication/meta-discourses/Theory/dissonance/,
 http://www.afirstlook.com/archive/cogdiss.cfm?,
http://facultyweb.cortland.edu/andersmd/COG/COG.HTML,

http://users.ecs.soton.ac.uk/harnad/Papers/Py104/anderson.every.html,
http://users.ecs.soton.ac.uk/harnad/Papers/Py104/anderson.every.html)

 
ตัวอย่างทฤษฎีการเรียนรู้ที่สำคัญ          

1.
ทฤษฎีการเรียนรู้การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก
(Classical Conditioning Theory)
หรือ แบบสิ่งเร้า

                  
ผู้ค้นพบการเรียนรู้ลักษณะนี้คืออีวาน พาฟลอฟ (Ivan Pavlov, 1849–1936)
นักสรีรวิทยาชาวรัสเซียที่มีชื่อเสียงมากพาฟลอฟสนใจศึกษาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร
โดยได้ทำการ-ทดลองกับสุนัขระหว่างที่ทำการทดลองพาฟลอฟสังเกตเห็นปรากฎการณ์บางอย่างคือในบางครั้งสุนัขน้ำลายไหลโดยที่ยังไม่ได้รับอาหารเพียงแค่เห็นผู้ทดลองที่เคยเป็นผู้ให้อาหารเดินเข้ามาในห้องนั้นสุนัขก็น้ำลายไหลแล้วจากปรากฎการณ์ดังกล่าวจุดประกายให้พาฟลอฟคิดรูปแบบการทดลองเพื่อหาสาเหตุให้ได้ว่าเพราะอะไรสุนัขจึงน้ำลายไหลทั้งๆที่ยังไม่ได้รับอาหารพาฟลอฟเริ่มการทดลองโดยเจาะต่อมน้ำลายของสุนัขและต่อสายรับน้ำลายไหลออกสู่ขวดแก้วสำหรับวัดปริมาณน้ำลายจากนั้นพาฟลอฟก็เริ่มการทดลองโดยก่อนที่จะให้อาหารแก่สุนัขจะต้องสั่นกระดิ่งก่อน(สั่นกระดิ่งแล้วทิ้งไว้ประมาณ .25 –.50 วินาที)แล้วตามด้วยอาหาร (ผงเนื้อ) ทำอย่างนี้อยู่ 7–8 วันจากนั้นให้เฉพาะแต่เสียงกระดิ่งสุนัขก็ตอบสนองคือน้ำลายไหลปรากฎการณ์เช่นนี้เรียกว่าพฤติกรรมสุนัขถูกวางเงื่อนไขหรือเรียกว่าสุนัขเกิดการเรียนรู้การวางเงื่อนไขเบบคลาสสิก

            2.
ทฤษฎีปัญญาทางสังคม (SocialCognitive theory)

                
แนวคิดพื้นฐาน

                   1.
แบนดูรามีทัศนะว่าพฤติกรรม(behavior หรือ Bของมนุษย์มีปฏิสัมพันธ์กับปัจจัยหลักอีก 2 ปัจจัยคือ
                        1)
ปัจจัยทางปัญญาและปัจจัยส่วนบุคคลอื่น ๆ (PersonalFactor หรือ P)
                        2)
อิทธิพลของสภาพ แวดล้อม(Environmental Influences หรือ

                   2
แบนดูราได้ให้ความแตกต่างระหว่างการเรียนรู้(Learning) กับการกระทำ(Performance)ซึ่งสำคัญมากเพราะคนเราอาจจะเรียนรู้อะไรหลายอย่างแต่ไม่จำเป็นต้องแสดงออกทุกอย่างเช่นเราอาจจะเรียนรู้วิธีการทุจริตในการสอบว่าต้องทำอย่างไรบ้างแต่ถึงเวลาสอบจริงเราอาจจะไม่ทุจริตก็ได้หรือเราเรียนรู้ว่าการพูดจาและแสดงกริยาอ่อนหวานกับพ่อแม่เป็นสิ่งดีแต่เราอาจจะไม่เคยทำกริยาดังกล่าวเลยก็ได้
                  3.
แบนดูราเชื่อว่าการเรียนรู้ของมนุษย์ส่วนมากเป็นการเรียนรู้โดยการสังเกต(Observational Learning) หรือการเลียนแบบจากตัวแบบ(Modeling)สำหรับตัวแบบไม่จำเป็นต้องเป็นตัวแบบที่มีชีวิตเท่านั้นแต่อาจจะเป็นตัวแบบสัญลักษณ์ เช่นตัวแบบที่เห็นในโทรทัศน์ ภาพยนตร์เกมส์คอมพิวเตอร์หรืออาจจะเป็นรูปภาพ การ์ตูน หนังสือนอกจากนี้คำบอกเล่าด้วยคำพูดหรือข้อมูลที่เขียนเป็นลายลักษณ์-อักษรก็เป็นตัวแบบได้

        3.
กระบวนการเรียนรู้โดยการสังเกต

       การเรียนรู้โดยการสังเกตหรือการเลียนแบบประกอบไปด้วย 4 กระบวนการ คือกระบวนการใส่ใจกระบวนการเก็บจำกระบวนการกระทำและกระบวนการจูงใจ
          1.
กระบวนการใส่ใจ (Attentional processes) เป็นกระบวนการที่มนุษย์ใส่ใจและสนใจรับรู้พฤติกรรมของตัวแบบการเรียนรู้โดยการสังเกตจะเกิดขึ้นได้มากก็ต่อเมื่อบุคคลใส่ใจต่อพฤติกรรมของตัวแบบแต่การจะใส่ใจได้มากน้อยเพียงไรขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 2 ปัจจัยคือปัจจัยเกี่ยวกับตัวแบบและปัจจัยเกี่ยวกับผู้สังเกตปัจจัยเกี่ยวกับตัวแบบ ได้แก่
-
ความเด่นชัด
ตัวแบบที่มีความเด่นชัดย่อมดึงดูดให้คนสนใจได้มากกว่าตัวแบบที่ไม่เด่น
-
ความซับซ้อนของเหตุการณ์
เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตัวแบบถ้ามีความซับซ้อนมากจะทำให้ผู้สังเกตมีความใส่ใจน้อยกว่าเหตุการณ์ที่มีความซับซ้อนน้อย
-
จำนวนตัวแบบ พฤติกรรมหนึ่ง
หากมีตัวแบบแสดงหลายคนก็เรียกความสนใจใส่ใจจากผู้สังเกตได้มากหรือการมีตัวแบบที่หลากหลายก็เรียกความสนใจจากผู้สังเกตได้มากเช่นกัน
-
คุณค่าในการใช้ประโยชน์
ตัวแบบที่แสดงพฤติกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สังเกตจะได้รับความสนใจมากกว่าตัวแบบที่เป็นไปในทางตรงข้าม
เช่นผู้ที่สนใจการทำอาหารก็จะให้ความใส่ใจเป็นพิเศษกับรายการโทรทัศน์ที่สอนการทำอาหารเป็นต้น
-
ความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ
ถ้าผู้สังเกตมีความรู้สึกชอบตัวแบบอยู่แล้วผู้สังเกตก็จะให้การใส่ใจกับพฤติกรรมของตัวแบบมากกว่ากรณีที่ผู้สังเกตไม่ชอบตัวแบบนั้นเลยฉะนั้นการโฆษณาสินค้าผ่านสื่อโทรทัศน์จึงมักใช้ตัวแบบที่เป็นชื่นชอบของประชาชนมาเป็นตัวแบบเพื่อกชวนให้ประชาชนใช้สินค้าที่โฆษณาโดยคาดหวังให้ประชาชนใส่ใจกับการโฆษณาของตน

ปัจจัยเกี่ยวกับผู้สังเกต
-
ความสามารถในการรับรู้ รวมถึงความสามารถในการเห็นการได้ยิน การอ่าน การรู้รสการรู้กลิ่น
และการสัมผัสผู้สังเกตที่มีความสามารถในการรับรู้สูงก็มีโอกาสใส่ใจกับตัวแบบได้มากกว่าผู้สังเกตที่มีความสามารถในการรับรู้ต่ำ
-
ระดับความตื่นตัว
การวิจัยทางจิตวิทยาพบว่าบุคคลที่มีความตื่นตัวระดับปานกลางมีโอกาสจะ ใส่ใจกับพฤติกรรมของตัวแบบได้มากกว่าบุคคลที่มีความตื่นตัวต่ำเช่นกำลังง่วงนอน หรือมี  ความตื่นตัวสูง เช่นกำลังตกใจหรือดีใจอย่างมาก
-
ความชอบ/รสนิยมที่มีมาก่อน
ผู้สังเกตมักมีความชอบสังเกตตัวแบบบางชนิดมากกว่าตัวแบบบางชนิดอยู่ก่อนแล้วดังนั้นตัวแบบที่สอดคล้องกับความชอบของผู้สังเกตก็ทำให้ผู้สังเกตใส่ใจ กับตัวแบบได้มากเช่น เด็กเล็กชอบดูการ์ตูนมากตัวการ์ตูนก็มีโอกาสเป็นตัวแบบให้กับเด็กได้มากส่วนวัยรุ่นมักชอบตัวแบบที่เป็นนักร้องนักแสดงยอดนิยมเป็นต้น
2.
กระบวนการเก็บจำ (Retention processes)
            
เป็นขั้นที่ผู้สังเกตบันทึกสิ่งที่ตนสังเกตจากตัวแบบไปเก็บไว้ในความจำระยะยาวซึ่งอาจจะเก็บจำในรูปของภาพหรือคำพูดก็ได้แบนดูราพบว่าผู้สังเกตที่สามารถอธิบายพฤติกรรมของตัวแบบออกมาเป็นคำพูดหรือสามารถมีภาพของสิ่งที่ตนสังเกตไว้ในใจจะเป็นผู้ที่สามารถจดจำสิ่งที่เรียนรู้โดยการสังเกตได้ดีกว่าผู้ที่เพียงแต่ดูเฉย
หรือทำงานอื่นในขณะที่ดูตัวแบบไปด้วยสรุปแล้วผู้สังเกตที่สามารถระลึกถึงสิ่งที่สังเกตเป็นภาพพจน์ในใจ
(Visual Imagery)
และสามารถเข้ารหัสด้วยคำพูดหรือถ้อยคำ (Verbal Coding)จะเป็นผู้ที่สามารถแสดงพฤติกรรมเลียนแบบจากตัวแบบได้แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานและนอกจากนี้ถ้าผู้สังเกตมีโอกาสที่จะได้เห็นตัวแบบแสดงสิ่งที่จะต้องเรียนรู้ซ้ำก็จะเป็นการช่วยความจำให้ดียิ่งขึ้น


3.
กระบวนการกระทำ (Production processes)
            
เป็นกระบวนการที่ผู้สังเกตเอาสิ่งที่เก็บจำมาแปลงเป็นการกระทำปัจจัยที่สำคัญของกระบวนการนี้คือความพร้อมทางด้านร่างกายและทักษะที่จำเป็นจะต้องใช้ในการเลียนแบบของผู้สังเกตถ้าผู้สังเกตไม่มีความพร้อมก็ไม่สามารถที่จะแสดงพฤติกรรมเลียนแบบได้แบนดูรากล่าวว่าการเรียนรู้โดยการสังเกตหรือการเลียนแบบไม่ใช่เป็นพฤติกรรมที่ลอกแบบอย่างตรงไปตรงมาการเรียนรู้โดยการสังเกตมีปัจจัยในเรื่องกระบวนการทางปัญญา (Cognitive Process)       และความพร้อมทางด้านร่างกายของผู้สังเกตฉะนั้นในขั้นกระบวนการกระทำหรือขั้นของการแสดงพฤติกรรมเหมือนตัวแบบของแต่ละบุคคลจึงต่างกันไปผู้สังเกตบางคนอาจจะทำได้ดีกว่าตัวแบบหรือบางคนก็สามารถเลียนแบบได้เหมือนมากในขณะที่บางคนก็อาจจะทำได้ไม่เหมือนกับตัวแบบเพียงแต่คล้ายคลึงเท่านั้นหรือบางคนอาจจะไม่สามารถแสดงพฤติกรรมเหมือนตัวแบบเลยก็ได้

              4.
กระบวนการจูงใจ (Motivationprocess)
                        
ตามที่ได้กล่าวไว้ในหัวข้อแนวคิดพื้นฐานข้อที่ 2 คือ   แบนดูราแยกความแตกต่างระหว่าง การเรียนรู้(Learning ) ออกจาก การกระทำ (Performance) นั่นคือเราไม่จำเป็นต้องแสดงพฤติกรรมทุกอย่างที่ได้เรียนรู้ออกมาเราจะทำหรือไม่ทำพฤติกรรมนั้นๆก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามีแรงจูงใจมากน้อย แค่ไหนเช่นเราอาจจะเรียนรู้วิธีการเต้นแอโรบิค จากโทรทัศน์  แต่เราก็ไม่ยอมเต้นอาจจะเป็น เพราะขี้เกียจฯลฯแต่อยู่มาวันหนึ่งเราไปเจอเพื่อนเก่าซึ่งทักว่าเราอ้วนมากน่าเกลียดคำประณามของเพื่อนสามารถจูงใจให้เราลุกขึ้นมาเต้นแอโรบิคจนลดความอ้วนสำเร็จเป็นต้น
4.
การเรียนรู้โดยการหยั่งรู้ (Insight Learning)

นักจิตวิทยาที่สนใจเรื่องการเรียนรู้โดยการหยั่งรู้และทำการทดลองไว้คือโคท์เลอร์ (Kohler,1925)โคท์เลอร์ ได้ทดลองกับลิงชื่อ \"สุลต่าน\"โดยขังสุลต่านไว้ในกรง และเมื่อสุลต่านเกิดความหิวเพราะถึงเวลาอาหารโคท์เลอร์ได้วางผลไม้ไว้นอกกรงในระยะที่สุลต่านไม่สามารถเอื้อมถึงได้ด้วยมือเปล่าพร้อมกับวางท่อนไม้ซึ่งมีขนาดต่างกัน สั้นบ้างยาวบ้าง ท่อนสั้นอยู่ใกล้กรงแต่ท่อนยาวอยู่ห่างออกไปสุลต่านคว้าไม้ท่อนสั้นได้แต่ไม่สามารถเขี่ยผลไม้ได้สุลต่านวางไม้ท่อนสั้นลงและวิ่งไปมาอยู่สักครู่ทันใดนั้น\"สุลต่าน\"ก็จับไม้ท่อนสั้นเขี่ยไม้ท่อนยาวมาใกล้ตัวและหยิบไม้ท่อนยาวเขี่ยผลไม้มากินได้
พฤติกรรมของสุลต่านไม่มีการลองผิดลองถูกเลยโคท์เลอร์จึงได้สรุปว่าสุลต่านมีการหยั่งรู้(Insight)ในการแก้ปัญหาคือมองเห็นความสัมพันธ์ของไม้ท่อนสั้นและท่อนยาวและผลไม้ได้
      
จากการทดลองของโคท์เลอร์โคท์เลอร์ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการเรียนรู้โดยการหยั่งรู้
ไว้ดังนี้
                 1.
แนวทางการเรียนรู้ในการแก้ปัญหาของผู้เรียนมักจะเกิดขึ้นทันทีทันใดจึงเรียกว่าInsight
                2.
การที่จะมีความสามารถเรียนรู้แก้ปัญหาอย่างทันทีทันใดได้นั้นผู้เรียนจะต้องมีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาทำนองเดียวกันมาก่อนเพราะจะช่วยทำให้มองเห็นช่องทางในการแก้ปัญหาแบบใหม่ได้
               3.
นอกเหนือจากประสบการณ์เดิมแล้วผู้เรียนจะต้องมีความสามารถในการมองเห็นความสัมพันธ์ต่างๆเพราะการที่มีความสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆนี้เองจะมีส่วนช่วยให้ผู้เรียนมีการเรียนรู้ในการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องความสามารถดังกล่าวนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เรียนจะต้องมีระดับสติปัญญา
ดีพอสมควรจึงสามารถแก้ปัญหาโดยการหยั่งรู้ได้(http://school.obec.go.th/sup_br3/rn_05.htm)
 
อ้างอิงจาก กุมารี  ไชยกุล    Email : ta-dec1980@hotmail.com

 

 




กระบวนการเรียนรู้

นวัตกรรมทางการศึกษา article
ทฤษฎีการสอน article
การจัดกระบวนการเรียนรู้แนวใหม่ article
แนวทางการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
คู่มือการจัดการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ article
หลักการและทฤษฎีการเรียนรู้ article
พระไตรปิฎกคอมพิวเตอร์
การจัดการเรียนรู้แบบประสบการณ์และเน้นการปฏิบัติ
การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน
การจัดกระบวนการเรียนรู้แบบแก้ปัญหา article
การใช้คำถามความคิดหมวก 6 ใบ
แหล่งเรียนสมุนไพร article
การพัฒนากระบวนการคิดให้กับผู้บริหารในสถานศึกษา article
การสอนแบบการจัดการ article
สื่อการสอนและเทคโนโลยีทางการศึกษา article
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน article
รายงานผลการวิจัยและพัฒนาการศึกษาการใช้สื่อประสมประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทักษะการเขียน article
บทเรียนสำเร็จรูปรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ article
งานวิจัยวิทยาศาสตร์กายภาพ article
constructivism article
สืบค้น Science Direct article
ทฤษฎีพหุปัญญา article
คู่มือการเรียนรู้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและฟิสิกส์อะตอม article
ทักษะการใช้ภาษาไทย article
บทเรียนFlash MX basic article
บทเรียนคณิตศาสตร์ประยุกต์ article
การจัดการเรียนรู้แม่เหล็กไฟฟ้า/การสะท้อนของแสง article
การเรียนรู้เรื่องแพลงก์ตอน article
การเรียนรู้อนุกรมวิทยาธานพืช article
เทคนิคการจัดการเรียนรู้ทางชีววิทยา article
การจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษธุรกิจ article
การจัดการเรียนรู้เคมีสำหรับครูมัธยมศึกษา article
จิตวิทยาเบื้องต้น article
ชุดการสอน article
การจัดทำสื่อการเรียนรู้ article
การจัดการเรียนรู้คอมพิวเตอร์กราฟฟิค article
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ article
การเรียนรู้รูปแบบใหม่ article
การบูรณาการหน่วยการเรียนรู้ article
สังคมการเรียนรู้ article
หลากหลายวิธีสร้างความสุขในห้องเรียน article
การปฏิรูปการเรียนรู้ตามแนวคิด 5 ทฤษฎี article
วิถีการเรียนรู้:คุณลักษณะที่คาดหวังในช่วงวัย article
คุณลักษณะและวิถีการเรียนรู้ของเยาวชนรุ่นใหม่ article
วิถีการเรียนรู้ของคนไทย article
การสังเคราะห์งานวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน โดย นงลักษณ์ วิรัชชัย article
เพื่อนช่วยเพื่อนเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดนครูกาด article
ห้องการเรียนรู้ (Learnning room) article
เส้นทางการพัฒนาการใช้ Concept Mapping ในการสอนคณิตศาสตร์ article
แนวทางการพัฒนาทักษะภาษาไทย "การจัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้" article
การเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยโครงงาน article
การใช้ Ws_ftp 95 upload file Homepage article
การพัฒนาโฮมเพสโดยNetscape Composer article
การเรียนรู้ภาษาHTML article
การเรียนรู้ Dreamweaver 4 article
การเรียนรู้ Visual Basic article
Nectec's Web Base Learning article
Digital Library article
การเรียนการสอนออนไลน์ ครูเพชร ชูมาปาน article
การสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี article
Physics Cyber Lap article
ลีลาการสอนของครู article
กระบวนการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ article
สื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์ article
การสร้างบทเรียนCAI article
สื่อมัลติมีเดีย article
การสอนแบบบูรณาการ article
กระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ article
คู่มือการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความรู้คู่คุณธรรม article
รายงานวิจัยการศึกษาเปรียบเทียบการปฏิรูปการเรียนรู้ระหว่างสกอตแลนด์กับประเทศไทย article
เอกสารการวิจัยการจัดกระบวนการเรียนรู้ article
web e-learning รายวิชาต่าง ๆ article
การออกแบบการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเลคทรอนิกส์ article
การฝึกสมองให้คิดอย่างมีวิจารณญาณ article
การเรียนรู้รูปแบบใหม่ article
การเรียนการสอนรายบุคคล article
ระบบการใช้สื่อการสอน article
การเรียนการสอนผ่านเว็ป article
CAI article
Technology article
E-Learning article
การพัฒนาการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย(การพูด) article
การจัดการเรียนรู้โดยผู้เรียนใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ article
แผนการเรียนรู้ภาษาไทย article
การจัดกระบวนการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้การระดมความคิดเพื่อสร่างองค์ความรู้ article
คู่มือการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน article
นานาวิธีการจัดการเรียนรู้ article
การจัดทำแผนการเรียนรู้ article
ความหมายการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ article
รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ article
ครูมืออาชีพกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ article
การจัดการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ article
การเรียนรู้บูรณาการ article
สู่เส้นทางการปฏิรูปการเรียนรู้ article
การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน article
แนวการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ article
บทบาทผู้เกี่ยวข้องกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ article
การจัดกระบวนการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.